ประวัติเอกสารสำหรับ เมษายน, 2009

เรื่องรักธรรมดา, เพราะรักเหมือนเดิม

30 เมษายน 2009

all quotes from,
เรื่องรักธรรมดา, เพราะรักเหมือนเดิม
สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม

เราเคยคิดว่า
หากประทับใจกับอะไรแล้ว
บางทีครั้งเดียวก็น่าจะพอ

ครั้งเดียวที่สวยงาม
หากไม่มีครั้งที่สองมันอาจจะคงอยู่ตลอดไป
ผม, ชิซูกะ
หนึ่งคืนกับชิซูกะ pg57
นิ้วกลม

เคานต์ดาวน์มี sms เข้ามา
ห้าสิบครั้งได้มั้ง
จากเพื่อนเก่า เพื่อนใหม่
จากหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่หลายคน ยกเว้นเธอ
ก็เธอกำลังยุ่งขิงกับวาระแห่งชีวิต อยู่ท่ามกลางผู้คนในชีวิต
ฉันเข้าใจ และสาบานได้
ฉันไม่คาดหวังว่าจะได้รับอะไรจากเธอในวันสิ้นปี
ไม่หวัง แม้กระทั่งเสียงกระซิบ

แต่ฉันก็คิดถึงเธอ
ทั้งที่ไข้ขึ้นเกือบสี่สิบองศา
กดอ่าน sms ซ้ำไปซ้ำมา
ทำไมฉันไม่คิดถึงใครสักคน
หนึ่งในบรรดาผู้คนเหล่านี้
แทนที่จะเป็นเธอ
ฉัน
ทูน่าแซนด์วิช pg71
อุรุดา โควินท์

042906

acid spaghetti

29 เมษายน 2009

1

no
if you don’t care

ตกหลุมรักอีกแล้วค่ะ
(ทุกคนทำหน้าปลง)

เมื่อคืนเจ้ากระตุ่ยน้อย
เปิดเพลงของ Acid House Kings ให้น้อยหน่าฟัง
วงนี้ช่างทำเพลงได้น่ารักเหลือใจ
น่ารักทั้งทำนอง
ทั้งเนื้อร้อง

เล่นเอาน้อยหน่าติดเต็มๆ
ตอนนี้ติดเพลงนี้มากค่ะ
say yes if you love me

I hope you’re thinking about me daily
I hope that there’s no doubt

say yes if you love me,
no if you don’t care
please say
if you’re asking me not to be there

say yes if you love me,
no if you don’t care
please
if you’re asking me not to be there

2

ทำอาหารครั้งแรกในรอบหลายเดือน!

เมนูวันนี้…

bacon spaghetti with black olives and white wine
กับ sauteed vegetable เคียงแก้เลี่ยนค่ะ

เอ้า…
มาดูกันค่ะ

อุปกรณ์สร้างสีสัน
.กระเทียม
.parsley, แบบ flat-leaf จะหอมสะใจกว่า
แต่วันนี้ลืมซื้อ… เอาแบบป่นแห้งไปละกันนะคะ
.พริกแห้ง, หั่นหน่อย เดี๋ยวไม่เผ็ดค่ะ
.พริกไทยดำทุบๆ
.dill, ภาษาไทยเรียกว่าอะไรก็ไม่รู้แหละ
.ไวน์ขาว, แนะนำ muscadet ของฝรั่งเศส
รสชาติ dry แล้วก็สดชื่นค่ะ
ใช้ทำอาหารแล้วไม่หนักเกินไป
.parmigiana reggiano, เนยแข็งขูดที่ใช้โรยหน้าตอนจบค่ะ
(เวมมมม….
ลืมซื้ออีกแล้ว, เซ็งห่านฟ้า!)

จานหลัก
.มะกอกดำ, หั่นเป็นแว่นๆ
.เบคอน, เลือกแบบรมควันจะได้เค็มๆ ค่ะ… หั่นซะ
(ไม่ต้องเค็มขนาด pancetta นะคะ,
จานนี้ก็มีมะกอกช่วยทำให้เค็มอยู่แล้ว)
หั่นไว้จนดูเยอะเกินความจำเป็นได้เลยค่ะ
แล้วก็ไม่ต้องหั่นชิ้นเล็กนัก
เพราะเวลาผัดมันจะหายไปเอง
ด้วย logic เดียวกันกับหอยทอดในผัดไท
และเนื้อหมูในข้าวผัด
.เส้น spaghetti, จริงๆ น้อยหน่าชอบแบบ angel hair นะคะ
แต่ในซุปเปอร์มะมีอ่ะ
.ผักแบบเนื้อแข็ง, พวกบร็อคโคลี่ แครอท ฯลฯ
(ถ้าเอ็นดูคนกิน ก็หั่นพอดีคำ, ถ้าหมั่นไส้ ก็หั่นชิ้นโตๆ
ให้แทะเอาเอง ฮ่าๆ)

ขั้นตอน
.ล้างมือ
เปลี่ยนเสื้อผ้า, ก็พริกกะกระเทียมนี่นา… หอมฉึ่งเลยแหละค่ะ
หั่นๆ ล้างๆ อะไรให้เรียบร้อย

(ระหว่างนี้, ก็ลวกเส้น spaghetti ไปด้วยค่ะ
ถ้าจะให้ al dente, ใช้น้ำเดือดจะกะง่ายกว่าค่ะ
อย่าลืมใส่น้ำมันหนึ่งช้อนกับเกลือนิดหน่อย
เส้นจะได้ไม่ติดกันค่ะ)

.ละลายเนย
(ไม่ต้องคิดใช้ margarine เลยนะ! ไม่อร่อย!)

042901
.ใส่กระเทียมกับพริกแห้งที่หั่นไว้, อย่างละหนึ่งมับ
ตามด้วย parsley, dill และพริกไทยดำอย่างละหน่อย

042902
.พอเห็นว่ากระเทียมเข้าขั้นโคม่าแล้วพอประมาณ
ก็ใส่เบคอนค่ะ, แล้วก็คลุกๆ
น้ำจากเบคอนจะออกมา, ไม่ต้องตกใจ!
จงผัดต่อไปอย่างมุ่งมั่น!

042903
.พอแห้งๆ แล้วก็ใส่มะกอกค่ะ
โปะเส้นลงไป
แล้วใส่ไวน์ขาวหนึ่งชัวะ!
ผัดต่อจนแห้ง
(ขั้นตอนนี้จะแอบเมื่อยแขน,
มีเพื่อน, โปรดใช้)
ถ้าผัดไม่แห้ง
แอลกอฮอล์ระเหยไม่หมด
เวลากินอาจมีกรึ่มๆ ได้
55

042904
.ลวกสารพัดผักให้กรอบนุ่มกำลังดี
ใช้น้ำเดือดใส่เกลือนิดหน่อย
อย่าลืมคลุกเนยตอนจบค่ะ

.โรย parsley กับเนย parmesan
(อืม… ผักชีโรยหน้าเป็นอย่างนี้เองสินะ)

042905
.ออกมาหน้าตาแบบนี้ค่ะ
…ถ่ายรูปขึ้นจนน่าเกลียดจริงๆ ฮาๆ

ปล.
ขอบคุณกระตุ่ยน้อยที่ช่วยล้างจานนะจ๊ะ

fragile 03, double/triple

28 เมษายน 2009

สั่งสมมาพักใหญ่
กับความคิดเรื่องพฤติกรรมของมนุษย์
จนหลายวันมานี้
ก็ตกตะกอนจนได้

ขอยืมคำว่า “double standard”
จากคุณโอนะคะ

อันที่จริงการ double standard นี้
น้อยหน่าเลือกใช้ให้ครอบคลุมไปถึง
การที่ใครสักคนเปลี่ยนวิธีปฏิสัมพันธ์
เมื่อพบปะกับบุคคลต่างเพศ
ซึ่งกรณีนี้
เราก็เคยเจอทั้งในผู้หญิงและผู้ชายนะ

ในผู้หญิงก็…
เวลาคุยกับผู้ชาย…
เธอจะทำตัวน่ารัก
ใสซื่อ แบ๊วแหลกลาญ
ดูแล้วกลุ้มใจ…

ส่วนผู้ชายที่ gender double standard
เวลาคุยกับผู้หญิงก็จะทำตัวเป็นนักแบดมินตันมือหนึ่ง
หยอดตลอดเวลา
เนียนมั่ง ไม่เนียนมั่ง

ซึ่งผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อมักไม่ค่อยรู้ตัวกัน
(ยกเว้นถ้าเหยื่อจะไม่ใช่ลูกกวางน้อย
แต่เป็นประเภทเสือที่รู้ทันกันเอง หุๆ)
ต้องให้ gender เดียวกันกับมนุษย์ gender double standard คนนั้น
เป็นผู้ชี้แจงแถลงไข
ส่วนเหยื่อจะเชื่อหรือไม่อย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

แต่ gender double standard นี้
ถ้าอาการไม่เด่นชัดมาก
จนเข้าขั้นน่าประเคนอวัยวะเบื้องล่างให้
น้อยหน่าค่อนข้างมองเป็นเรื่องปกตินะคะ
เห็นได้ค่อนข้างบ่อยในสังคมทั่วไป
(เราเชื่อในพลังแห่งความม่อ!
แบบว่าเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายซะเยอะน่ะค่ะ หุๆ)

ส่วน pseudo double standard
จะว่าแปลกก็แปลก
จะว่าไม่แปลกก็ใช่อยู่
แต่ในเมื่อคนรอบตัวของเราส่วนใหญ่
จัดว่าเป็นคนที่มีบุคลิกที่ consistent
จะคุยออฟไลน์หรือออนไลน์ก็เหมือนกัน
รวมทั้งตัวเราเองด้วย
ก็เลยไม่ค่อยเข้าใจสาเหตุในการกระทำ
ของคนอีกประเภทหนึ่งเท่าไหร่

โดยเฉพาะที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว
ประเภทเด็กติ๋มๆ
ที่มาเกรียนแตกในเนต
ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยนะ?
(แบบที่ตัวจริงยามออฟไลน์ห้าวๆ
แล้วมาสงบเสงี่ยมในเนต
ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีนะคะ
เพียงแต่ไม่ค่อยโดดเด่นเท่ากระมัง)

บางคนก็หนักข้อขึ้นไปยิ่งกว่านั้นอีก
ด้วยการ “triple standard”
(คุณโอสธีช่างมีความสามารถในการคิดศัพท์แปลกๆ)
กล่าวคือ
คุยกับผู้ชายอย่างหนึ่ง
แต่คุยกับผู้หญิงก็อีกอย่างหนึ่ง
และในขณะเดียวกัน
เวลาออนไลน์ก็ยังเปลี่ยนรูปแบบการสนทนาไปอีก

เหนื่อยไหมคะนั่น?

ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าบางคนก็เป็นแบบนี้ของเขาเอง
ไม่ได้มีเจตนาทำตัวกลับกลอกอะไร
แต่ถ้าไม่ได้คุ้นเคยกันอยู่ก่อน
น้อยหน่าคิดว่าก็ยากที่จะวางใจเหมือนกันนะคะ

ก็เหมือนกันกับคนที่มีมือถือหลายเครื่องหลายเบอร์
ก็เข้าใจนะ…
แต่…
เอาเข้าจริงแล้ว…
จะมีไปทำไมหลายๆ เบอร์่น่ะ?
ความจำเป็นที่แท้จริงของคุณคืออะไรกันแน่?

กำลังพยายามทำให้ตัวเองเชื่ออะไรบางอย่างที่รู้แน่ว่าไม่จริงหรือเปล่า?

ก็เป็นอะไรที่เห็นว่าแปลกอีกเรื่อง
ที่เราได้แต่มองดูด้วยความพิศวงอยู่ห่างๆ

คนเราที่แท้มีความต่าง ชีวิตจึงดูน่าสนใจ
และในความใกล้ชิด มีความห่าง
ระยะทางที่เราสร้างเอาไว้
เพื่อให้เราได้ลืมว่าเราเป็นใคร

เพราะว่าเรามักมองแต่สิ่งที่อยู่นอกใจ

สิ่งที่อยู่นอกใจ
อพาร์ตเมนต์คุณป้า, สมรสและภาระ