1
“the things you own end up owning you.”
fight club
เราว่าเป็นประโยคที่จริงมาก
(แอบสอดคล้องกับหลักของศาสนาพุทธด้วยแฮะ)
อะไรต่างๆ ที่เรามี
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของรูปธรรมอย่างเช่น
ทรัพย์สิน กิจการ ที่ดิน
นานไปมันก็กลายเป็น “ห่วง”
เป็น earthly burden
ถ่วงให้เราไม่มีอิสระ ให้ใจคอยพะวงถึง
กังวลว่าจะสูญเสียสิ่งที่มีอยู่ไปเมื่อใด
หรือแม้แต่นามธรรมก็ตาม
ความเชื่อ, ประสบการณ์ อะไรต่างๆ
มันก็กลายเป็น “กรอบ” ทางความคิดของเรานั่นเอง
เป็นโซ่ตรวนในใจ
ทำให้ยากต่อการเปิดรับความคิดใหม่ๆ
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน
ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลอย่างมาก
ต่อการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ
ทำให้เราตกเป็นทาสที่ปล่อยไม่ไป
พันธนาการ…
ยิ่งมีชีวิตอยู่…
ยิ่งนานก็ยิ่งมาก
จากที่เคยย้ายบ้านมาหลายครั้ง
ทั้งในไทยและต่างประเทศ
ผนวกกับอุปนิสัยส่วนตัวที่ชอบเดินทาง
ชีพจรลงเท้าไม่อยู่นิ่ง
ทำให้น้อยหน่าเป็นคนกลัวการมีสมบัติมาก
เป็นมนุษย์ไร้รากที่สามารถทิ้งแหลกลาญ
ไม่ค่อยผูกพันหรือยึดติดกับอะไรเท่าไหร่
ส่วนเทปก็… นะ
นอกจากสารพัดกล้องที่มีแล้ว
เจ้ากระตุ่ยน้อยก็ไม่ได้ต้องการอะไรอีก 55
ฉะนั้นเราสองคนจึงกลายเป็นผู้หญิงประหลาด
ที่มีสมบัติน้อยมาก
ถึงขนาดที่ว่าแชร์ตู้เสื้อผ้าตู้เดียวกันได้
แถมยังใส่ของอย่างอื่น
(อุปกรณ์สีน้ำ สกรีนเสื้อ โคมไฟ
ถุงนอน กรอบผ้าใบสีน้ำมัน ฯลฯ)
เข้าไปได้อีกนะ
อันที่จริง…
จะย้ายกลับไทยนี้
น้อยหน่าสามารถหิ้วกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน
กลับได้เลยอย่างสบายใจ
แต่!!!
ติดอยู่ที่เครื่องคอมนี่แหละ…
ให้เป็นภาระต้องหาทาง ship มันกลับ
(เอ่อ… แต่ก็ทิ้งไม่ได้อ่ะนะ iMac เนี่ย…)
แล้วก็ต้องกังวลไปอีกสารพัด
ว่าจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า
หาย? เสียจากการกระทบกระแทก?
ภาษี? ฯลฯ
โอ๊ย!!!
it owns me จริงๆ
2
ทุกอาทิตย์
จะต้องมีอยู่วันหนึ่งที่ทำเมนูไร้สติสิ้นคิดค่ะ
เพื่อล้างตู้เย็น หุๆ
วันนี้
spaghetti อีกแล้ว…
(ชักอยากกินสตูว์ไก่…
ไว้วันหลังละกันนะเพื่อนๆ)
bacon and button mushroom
creamy white wine sauce
เรียกภาษาอังกฤษแล้วฟังดูหรูหราชะมัด
แต่ก็เมนูจับฉ่ายดีๆ นี่เองค่ะ ฮ่าๆ
อุปกรณ์สร้างสีสัน
(ส่วนใหญ่ก็ของเหลือจากวันก่อนนั่นแหละค่ะ หุๆ)
.กระเทียม
.flat-leaf parsley
.พริกไทยดำทุบๆ
.dill
.ไวน์ขาว muscadet
.parmigiana reggiano

flat-leaf parsley หน้าตาแบบนี้เด้อ
จานหลัก
.เห็ด!
.เบคอน pancetta,
เบคอนแบบอิตาเลียนที่มีรสชาติเค็มจัดค่ะ
เหมาะจะเอามาทำพาสต้ามาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับซอสครีม
.ครีม, สองถ้วย
.เส้น spaghetti
ที่จริงวันนี้เส้นไม่พอ
โละเส้นไทยในตู้เย็นมาด้วย 55
.ผักแบบเนื้อแข็ง
ขั้นตอน
.ล้างมือ
.วันนี้ต้มผักก่อนเลย
ตั้งไฟกลาง แล้วเปิดไปเรื่อย
(แต่คอยดูหน่อยก็ดีนะคะ…
เดี๋ยวเละเป็นผักบด ฮา)
กระตุ่ยน้อยจะได้กินผักนิ่มๆ
(เห็นมั้ย! ชั้นเอาใจแกขนาดไหน!)

.ลวกเส้น spaghetti ค่ะ
ฟองๆ นั่นคือน้ำมันค่ะ
ใส่ช้อนนึง เส้นจะได้ไม่ติดกัน

.ล้างเห็ดให้สะอาด
ถูๆ ขี้ดินออกซะ
ให้เหลือแต่เห็ดขาวอวบ
(เอิ่ม… เริ่มเสื่อม 55)
ถ้าชอบกินแบบไม่มีก้าน
ก็หักออกก่อนหั่นนิ

.ละลายเนยนิดหน่อย
นิดหน่อยพอนะคะ!
เดี๋ยวจะมีน้ำมันจากเบคอนอีกเยอะเลย
ใส่กระเทียมและ parsley อย่างละหนึ่งมับ
(เอ้อ… ก่อนหั่น parsley
ตบๆ มันหน่อยนะคะ
ไม่ได้ล้อเล่นนะ…)
ตามด้วย dill กับพริกไทยดำอย่างละหน่อย

.เร่งไฟแรงขึ้นประมาณนึง
แล้วใส่เบคอนโครมลงไปค่ะ

.พอเบคอนช้ำชอกตรอมตรมได้ที่แล้ว
ก็โปะเห็ดลงไปค่ะ
คลุกๆ ไปสักพัก
น้ำจากเบคอนและเห็ดจะออกมาท่วมโลก
จงผัดมันต่อไปด้วยใจทระนงค่ะ
ถ้าชิมตอนนี้
รสชาติจะเค็มปิ๊ดปี๋
ไม่ต้องตกใจค่ะ
ชิลๆ ไว้ก่อน

.พอน้ำงวดลงไปพอคลุกคลิก
จงสาดไวน์ขาวลงไปหนึึ่งชัวะ!
แล้วผัดต่อสักพัก
พอให้แอลกอฮอล์ระเหยหมดค่ะ
จากนั้น
เทครีมลงไปอย่าได้รอช้า
(และแอบเติมไวน์อีกหน่อยนึง แฮ่)
ถ้าชอบ…
ลองเหยาะน้ำมันงาลงไปสองสามหยดนะคะ
จะทำให้กลิ่นหอมขึ้นมากเลย

.กินกับผักต้ม… ทั้งปี…
.วันนี้ไม่ได้เอาเส้นลงไปผัดค่ะ
เพราะเครื่องเยอะ… หนักเกิ๊น
ใช้วิธีราดแทน
ใช้ช่อ parsley เล็กๆ แต่ง
โรยเนยแข็งกับพริกไทยเบาๆ
จะได้หน้าตาแบบนี้ค่ะ

ปล.
คนไทย
จะอย่างไรก็ต้องทานอาหารรสชาติจัดจ้านเนาะ
วันนี้นัชทำให้ค้นพบว่า
ถ้าโปะพริกหอมประเภทพริกคั่วเกาหลี
หรือ paprika ลงไป
จะอร่อยขึ้น 56%!!!
ปล. อีกที
ขอขอบคุณ
ลูกมือล้างจานทุกท่านนะจ๊ะ